ชิริ ยูกิเอะได้เฉิดฉายอีกครั้งหลังเสียชีวิตมาได้ 100 ปี มีการนำเรื่องราวของเธอไปถ่ายทำเป็นภาพยนตร์อย่างเต็มรูปแบบด้วย

ชิริ ยูกิเอะ ใกล้จะครบรอบ 100 ปีหลังจากเธอเสียชีวิตแล้ว

ชิริ ยูกิเอะ (ปี 1903-1922) เกิดในโนโบริเบ็ตสึและเป็นผู้สืบทอดวัฒนธรรมไอนุในสมัยเมจิและไทโช เดือนกันยายนปี 2022 จะครบรอบ 100 ปีหลังเธอเสียชีวิต ปีนี้นอกจากจะมีการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่เกี่ยวกับชิริ ยูกิเอะอย่างเต็มรูปแบบแล้ว “พิพิธภัณฑ์ชิริ ยูกิเอะ กิงโนะชิซึคุ” ยังมีแผนจะจัดกิจกรรมเป็นที่ระลึกในเมืองโนโบริเบ็ตสึด้วย การแปลงานเขียนเป็นหลายภาษาก็มีความคืบหน้า คาดว่าจะมีบทแปล 20 กว่าภาษา ระยะนี้มีการตีพิมพ์หนังสือที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากด้วย โอกาสที่ผู้คนจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของยูกิเอะจึงเพิ่มมากขึ้น ปี 2022 น่าจะเป็นปีที่ความสำเร็จของชิริ ยูกิเอะได้ฉายแสงอีกครั้ง

ชิริ ยูกิเอะได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อบรรพบุรุษและเพื่อนพ้องชาวไอนุไว้ใน “คำนำ” ของ “รวมเทวตำนานไอนุ” ขณะนี้การแปล “คำนำ” ดังกล่าวเป็นหลายภาษากำลังคืบหน้าอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมี 24 ภาษาแล้ว เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์กิงโนะชิซุคุ ได้ลง “คำนำ” รวม 19 ภาษา เช่น ภาษาไอนุและภาษาฝรั่งเศส คาดว่าปี 2022 จะนำบทแปลภาษาอื่นมาลงเพิ่มด้วย เมื่อเดือนกันยายนคุณอิชิมุระ ฮิโรโกะ นักเขียนแนวสารคดี ได้จัดการบรรยายเกี่ยวกับยูกิเอะที่พิพิธภัณฑ์

https://www.ginnoshizuku.com/

ตำบลฮิงาชิคาวะในฮอกไกโดตอนเหนือมีแผนจะสร้างภาพยนตร์เรื่อง “คามุอิ โนะ นาเงกิ (ชื่อชั่วคราว)” โดยมียูกิเอะเป็นต้นแบบ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อคุณสึงาวาระ ฮิโรชิที่เกิดในซัปโปโรจะเริ่มถ่ายทำตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและตั้งเป้าจะฉายในปี 2023

ระยะนี้มีการตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับชิริ ยูกิเอะเพิ่มมากขึ้นด้วย หนังสือชื่อ “เรื่องราวของชิริ ยูกิเอะ บุคคลผู้เดิมพันชีวิตกับ ‘ตำนาน’ ของไอนุ” เป็นหนังสือสารคดีที่แนะนำให้รู้จักชั่วชีวิตของเธอ หนังสือการ์ตูนเพื่อการเรียนรู้ชื่อ “ชิริ ยูกิเอะกับไอนุ” ที่พิพิธภัณฑ์กิงโนะชิซึคุช่วยตรวจทานความถูกต้อง ก็เป็นหนังสือที่เข้าใจง่ายสำหรับเด็ก แล้วยังมีหนังสือชื่อ “หยดหยาดสีเงินโปรยปราย -จากหนังสือ ‘รวมเทวตำนานไอนุ’ โดยชิริ ยูกิเอะ-” ที่นำเทวตำนานมาเขียนเป็นนิทานสำหรับเด็กด้วย

คุณคาเนซากิ ชิเงยะ

■บทความอุทิศแด่ชิริ ยูกิเอะ โดยผู้อำนวยการคาเนซากิ ชิเงยะแห่งพิพิธภัณฑ์กิงโนะชิซึคุ

ชิริ ยูกิเอะจบชีวิตด้วยวัย 19 ปี 3 เดือน ในฐานะ “หญิงผู้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในแต่ละวัน” เธอเกิดเมื่อปี 1903 ในโนโบริเบ็ตสึ ปีนี้ครบรอบ 100 ปีหลังเธอเสียชีวิต และปีหน้าจะครบรอบ 120 ปีนับตั้งแต่ปีเกิดของเธอ เธอเป็นที่รู้จักในฐานะพี่สาวของชิริ มาชิโฮะ (ปี 1909-1961) ผู้เป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโดด้วย

ชนเผ่าไอนุถูกช่วงชิงแหล่งหาเลี้ยงชีพเพราะนโยบายกลมกลืนของรัฐบาลเมจิ ทำให้พวกเขายากจนข้นแค้น เกิดการเลือกปฏิบัติเป็นประจำทุกเมื่อเชื่อวัน ซึ่งเรื่องนั้นได้ช่วงชิงทั้งภาษาไอนุและความภาคภูมิใจของพวกเขาไปด้วย

ยูกิเอะเองก็เช่นกัน เมื่อน้องชายชื่อทากานากะเกิดมา เธอต้องแยกกับบิดามารดาตั้งแต่ตอนอายุ 4 ปีเพราะความยากจน และไปอาศัยอยู่กับย่าที่โฮโรเบ็ตสึ (เมืองโนโบริเบ็ตสึ) หลังจากนั้นก็พึ่งพาป้าผู้กลายมาเป็นแม่บุญธรรมของเธอและอพยพไปอยู่ชิกะบุมิในอาซาฮิคาวะ เธอเตรียมจะเข้าโรงเรียนประถม แต่แล้วก็ถูกย้ายไปอยู่โรงเรียนประถมที่ก่อตั้งขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วและมีเพียงลูกหลานชาวไอนุที่เข้าไปเรียน หลังจบการศึกษา เธอสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายสตรีประจำเทศบาลอาซาฮิคาวะ แต่สอบไม่ติด ปีต่อมาเธอเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนอาชีวะสตรีประจำเทศบาลอาซาฮิคาวะ แต่หาเพื่อนไม่ได้ พวกเขาบอกเธอว่า “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอสมควรมา” ยูกิเอะมีชีวิตและบุกเบิกยุคสมัยที่สังคมเลือกปฏิบัติกับชาวไอนุดังที่ว่ามานี้

ยูกิเอะเขียนบันทึกประจำวันว่า “ฉันเป็นชาวไอนุ เป็นชาวไอนุทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ มีตรงไหนเหมือนชิซามุ (ชาวญี่ปุ่น) กันล่ะ! (ละไว้บางส่วน) ถึงเป็นชาวไอนุ ฉันก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งอยู่ดี เราก็เป็นมนุษย์เหมือนๆ กัน ฉันดีใจที่ตัวเองเกิดมาเป็นชาวไอนุ” มันคือ “คำประกาศไอนุ” นั่นเอง

เมื่อวันที่ 14 กันยายน ปี 1922 จดหมายฉบับสุดท้ายที่เธอส่งหาบิดามารดามีเนื้อความว่า “ฉันรู้ซึ้งแล้วว่าได้รับมอบหมายพันธกิจยิ่งใหญ่ที่มีเฉพาะตัวฉันที่ทำได้ สิ่งนั้นคือการเขียนวรรณกรรมเกี่ยวกับเรื่องราวซึ่งเพื่อนพ้องร่วมเผ่าพันธุ์สุดที่รักเคยเล่าขานไว้มาตลอดระยะเวลาหลายพันปี ให้เรื่องราวเหล่านั้นคงอยู่สืบต่อไป” “ฉันจะกลับไปหาพ่อแม่ที่บ้านเกิด” หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 18 ของเดือนเดียวกัน เธอตรวจทาน “รวมเทวตำนานไอนุ” เสร็จสิ้นและจบชีวิตลง

“รวมเทวตำนานไอนุ” ได้รับการตีพิมพ์ในปีถัดมาคือปี 1923 กระทั่งในปัจจุบันก็ยังจำหน่ายให้หาซื้อมาอ่านได้โดยอิวานามิ บุงโกะ มีการนำไปใช้เป็นหนังสือเรียนตามโรงเรียนต่างๆ วิถีชีวิตของยูกิเอะมอบกำลังใจให้ผู้คนมากมาย ขณะนี้มีการแปลรวมเทวตำนานเป็นหลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษารัสเซีย

เวลาอ่านออกเสียง “คำนำ” ที่ยูกิเอะถ่ายทอดความรู้สึกต่อบรรพบุรุษและเพื่อนพ้องเผ่าพันธุ์เดียวกัน พลังจะพวยพุ่งขึ้นมา เรื่องที่ยูกิเอะปรารถนาเมื่อ 100 ปีก่อนนั้น บัดนี้ได้รับการยอมรับทั่วโลกในรูปสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง เพียงแต่ปัจจุบันนี้สถานการณ์อันยากลำบากก็ยังดำเนินต่อไป

“พื้นที่อันเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันกับชนเผ่า (อุโปโปย)” ถือกำเนิดขึ้นในชิราโออิเพื่อเป็นฐานในการฟื้นฟูวัฒนธรรมไอนุ ผู้คนจึงให้ความสนใจชนเผ่าไอนุเพิ่มมากขึ้น หลายคนแสดงความรู้สึกว่า “ดีใจที่ได้มา ‘พิพิธภัณฑ์ชิริ ยูกิเอะ กิงโนะชิซึคุ’ (โนโบริเบ็ตสึ) หลังจากไปอุโปโปยมาแล้ว” สมัยที่เพิ่งก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ มีความกังวลว่า “จะอยู่ได้ด้วยพลังของภาคเอกชนไปสักกี่ปี” แต่ก็เปิดมาได้เป็นปีที่ 13 แล้วเพราะแรงสนับสนุนจากผู้คนที่ให้ความสำคัญกับยูกิเอะ ความพยายามที่ผ่านมาได้รับ “รางวัลพลังแห่งผู้คนและเมืองมุโรรัง” ของบริษัทมุโรรังมิมโป และรางวัลดีเด่นจากการประกวด “รางวัลฟื้นฟูท้องถิ่น” ของบริษัทเคียวโด นิวส์ เช่น The Hokkaido Shimbun Press ความท้าทายต่อจากนี้คือการสานต่อสู่คนหนุ่มสาว

อยากให้ผู้คนมากมายมาที่พิพิธภัณฑ์เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับยูกิเอะ

(ผู้อำนวยการคาเนซากิ ชิเงยะแห่งพิพิธภัณฑ์กิงโนะชิซึคุ)

■ชิริ ยูกิเอะคือใคร: การถ่ายทอดเทวตำนานไอนุสู่ตัวหนังสือเป็นครั้งแรก

ชิริ ยูกิเอะเป็นบุตรสาวคนโตของบิดาชื่อโคคิจิและมารดาชื่อนามิ เธอเกิดปี 1903 ในพื้นที่เลียบแม่น้ำโนโบริเบ็ตสึในตำบลโนโบริเบ็ตสึฮนโจ 2 สมัยอายุได้ 4 ปี เธออาศัยกับย่าชื่อโมนาชิโนะอุคุในโฮโรเบ็ตสึ และอาศัยอยู่ในเมืองโนโบริเบ็ตสึจนกระทั่งย้ายไปอาศัยอยู่ในอาซาฮิคาวะในวัย 6 ปี สมัยที่อยู่โนโบริเบ็ตสึ เธอได้เรียนรู้ภาษาไอนุขั้นพื้นฐาน

ตอนอยู่อาซาฮิคาวะ เธอใช้ชีวิตกับป้าผู้ทำงานมิชชันนารีที่โบสถ์คริสต์นิกายแองกลิคันในประเทศญี่ปุ่น และคานาริ มัตสึที่เป็นนักบันทึกยูคาร์ รวม 3 คน เธอเข้าโรงเรียนอาชีวะสตรีประจำเทศบาลอาซาฮิคาวะตั้งแต่ตอนอายุ 14 ปี แต่เนื่องจากเป็นชาวไอนุจึงต้องทุกข์ทรมานกับความโดดเดี่ยวเดียวดาย พออายุ 15 ปี เธอได้พบกับคินดะอิจิ เคียวสุเกะ (1882-1971) นักภาษาศาสตร์ที่กำลังค้นคว้าภาษาไอนุ หลังจากที่คินดะอิจิมองเห็นพรสวรรค์ด้านวรรณกรรมในตัวเธอ เธอก็เริ่มเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเทวตำนาน “รวมเทวตำนานไอนุ” ที่เขียนเป็นอักษรภาษาอังกฤษอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและใส่คำแปลภาษาญี่ปุ่น กลายมาเป็นบันทึกเทวตำนานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเล่มแรกที่ชาวไอนุเขียนขึ้นด้วยตัวเอง

เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1922 เธอเดินทางไปโตเกียวเพื่อติดต่อธุระเกี่ยวกับการตีพิมพ์รวมเทวตำนานไอนุ ทว่าก็จบชีวิตอันแสนสั้นเพียง 19 ปีเมื่อวันที่ 18 กันยายนในปีเดียวกันด้วยโรคหัวใจ เธอเล่าการตัดสินใจอันแน่วแน่ในจดหมายที่ตัวเองเขียนก่อนเสียชีวิตว่า จะอาศัยอยู่ในโนโบริเบ็ตสึชั่วชีวิตและนำเรื่องเล่าของบรรพบุรุษมาเขียนเป็นวรรณกรรมให้คงอยู่ต่อไป

ช่วงแรกคินดะอิจิฝังยูกิเอะไว้ที่สุสานโซชิงายะในกรุงโตเกียว แต่ต่อมาหลุมศพถูกย้ายไปที่โนโบริเบ็ตสึอันเป็นบ้านเกิดเมื่อปี 1975 ปัจจุบันฝังอยู่ในสุสานโทมิอุระ เมืองโนโบริเบ็ตสึ ในเมืองโนโบริเบ็ตสึยังมีศิลาจารึกของชิริ มาชิโฮะ น้องชายของยูกิเอะที่เป็นนักภาษาศาสตร์ด้านภาษาไอนุด้วย

Location

Chiri Yukie Memorial Museum

Related

このサイトでは、サイトや広告を改善するためにCookieを利用します。これ以降ページを遷移した場合、Cookieなどの設定や使用に同意したことになります。プライバシーポリシー